3.21 บาทกับใครบางคน..

posted on 03 Nov 2011 18:44 by edicius

 

                        ช่วงสองถึงสามวันมานี้ผมนอยด์กับตัวเองมากเลย..

ตั้งแต่กดดอกจันทน์หนึ่งศูนย์หนึ่งสี่เหลี่ยมแล้วกดโทรออกเพื่อเช็คยอดเงิน..

ปรากฎว่ายอดเงินเป็นจำนวน 66.66 บาท พอดีเป๊ะ!!

เฮ้ย!! เลขสวยนี่หว่า แล้วแบบนี้มีเหรอที่ผมจะพลาด

อันที่จริงผมก็เคยกดเช็คยอดเงินแล้วเจอเลขสวยคล้ายๆ แบบนี้มาบ้างเช่น 82.82 หรือ 50.05 อะไรทำนองนั้นที่เราจะมองว่ามันสวย แต่นี่ 66.66 เชียวนะเว้ย โอกาสหาไม่ได้ง่ายๆ (ไร้สาระจริงๆ)

ว่าแล้วคุณตั้มก็บรรจงไม่กดโทรศัพท์หมายเลขนี้หาใครเลยตลอดสองถึงสามวัน

แต่เลี่ยงไปใช้อีกซิมนึงซึ่งไม่ค่อยได้ใช้ ทำเอาค่ายสีฟ้าเจ้าของซิมแรกถึงกับแอบค้อนใส่เลยทีเดียว

จนกระทั่งช่วงประมาณสามทุ่มของวันมีแมสเซจนึงเข้ามา..

น้ำท่วมเป่า” ในความหมายว่าน้ำท่วมรึเปล่า? ไม่ได้หมายถึงว่า น้ำท่วมแล้วให้ไปเป่ามันลงแต่อย่างใด!?! (อุตส่าห์ชอมุขควายซักทีเหอะ)

ผมรีบกุลีกุจอกดแมสเซจส่งกลับไปหาปลายทางผู้นั้นว่า “ยังรอดอยู่น้อง**” ชื่อน้องที่ละไว้ไม่ใช่ชื่อจริงแต่เป็นฉายาที่ผมตั้งให้..

ผ่านไปซักครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่สะดุดใจแต่อย่างใด

จนกระทั่ง! จนกระทั่ง!! จนกระทั่ง!!! (แกจะตื่นเต้นไปไหนวะ เยอะไปแล้ว) โอว์~แม่เจ้า.. เมื่อลองกดเช็คยอดเงิน ดอกจันทน์หนึ่งสองหนึ่งสี่เหลี่ยมแล้วกดโทรออกดูทันที

ขออภัยค่ะหมายเลขของคุณไม่สามารถใช้บริการนี้ได้สอบถามเพิ่มเติมโทร16xx

ไอ้ฉิบหาย!!

ผมลนลานจนกดผิดค่ายไปค่ายเขียวอ่อนซะงั้น

(อีกอย่างนึง ถามจริงเหอะว่าข้อความจากระบบใจคอจะไม่เว้นวรรคซักหน่อยเลยหรือ?)

ในที่สุด 66.66 ก็หายไปเหลือเพียงแค่ 63.45 บาทขาดตัว..

..3.21 บาทที่หายไปกับใครบางคนนั้น แลกกับความคิดถึงหลังจากที่ไม่ได้คุยกันนานพอควร บวกกับการไถ่ถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังทำให้วิตกจริต ทำให้ผมไม่เสียดายเลยกับเงินที่เสียไป และยังทำให้เลข 66.66 ที่อุตส่าห์รักษาพรหมจรรย์ไว้ได้สองวันกว่ามีอันต้องเสียไป ซึ่งก็เป็นสัจธรรมอยู่แล้วว่าไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้มันก็ต้องมีความจำเป็นที่จะต้องลดลงหรือเพิ่มขึ้น(ในกรณีที่มีงบเติม)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้(อะไรด้วยเหรอ)ว่า..บางสิ่งบางอย่างเมื่อแลกกับใครบางคนที่เราไม่ชอบใจ ก็อาจทำให้เรารู้สึกสูญเสียหรือเสียดาย แต่ถ้าบางสิ่งบางอย่างเดียวกันนั้นแลกกับใครบางคนที่เรารู้สึกพอใจ ไอ้ความรู้สึกสูญเสียหรือเสียดายก็จะไม่บังเกิดเลยแม้แต่นิดเดียว..

(คนข้างบ้านบอกว่า “เฮ้ย ชั้นรู้ตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว”)

 

ปล. ยังดีเขียนเสร็จหลังจากหวยออก ไม่งั้นนะ โดนกินเรียบ..

จดหมายที่ตายจากไป..

posted on 29 Oct 2011 21:40 by edicius
 
         โลกวันนี้ต้องยอมรับว่าวิวัฒนาการมันเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน ไม่เหมือนกับสมัยที่เรายังเด็กที่ดูเหมือนโลกจะเคลื่อนไหวช้าๆ แต่เมื่อเราโตขึ้นโลกกลับเดินเร็วขึ้นทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงไม่ใช่เลย บางอย่างอาจจะมีวิวัฒนาการไปอย่างช้าๆ เช่น เครื่องจักร เครื่องยนต์ ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยสมัยก่อนปี 2000 เราเห็นรถยนต์มีเกียร์ออโตเมติค แล้วเคยพูดเล่นว่ารถมอเตอร์ไซค์กูก็มีเกียร์ออโต้ฯ เหมือนกัน เป็นโจ๊กที่ขำๆ กับหมู่เพื่อนๆ ในสมัยนั้น ทว่าในอีกไม่กี่ปีต่อมา เราเห็นมอเตอร์ไซค์ออโตเมติคออกมาให้ได้ใช้เช่นกัน จนกระทั่งทุกวันนี้ ไอ้ที่มีคลัทช์ มีเกียร์กลายเป็นส่วนน้อยของโลกปัจจุบันนี้ไปเสียแล้ว

          ถึงบางอย่างจะเคลื่อนไหวตัวเองไปอย่างช้าๆ แต่กลับมีหลายอย่างที่เคลื่อนไหวตัวเองและถูกโลกเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นคือ เทคโนโลยีการสื่อสาร..

          เมื่อก่อนการสื่อสารกันระหว่างบุคคล 2 คนที่อยู่ห่างไกลกัน มันทำได้อยู่แต่เมื่อมองโดยรวมแล้วค่อนข้างลำบาก ผมอาจจะมีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากนี้ หากเมื่อซักหลายปีที่แล้วอินเตอร์เน็ตเข้ามาเร็วกว่านี้ซักหน่อย..

         
         ในอดีตผมเคยรู้จักรุ่นน้องคนนึง เธออยู่ที่จังหวัดนครปฐมเท่านั้นเอง ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครฯ แม้แต่น้อย แต่ในเวลานั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือเข้ามาบุกรุก ทำให้เวลาที่ต้องคุยกันต้องคุยผ่านโทรศัพท์บ้าน และเมื่อคุยบ่อยๆ ไม่สมควรก็ต้องติดต่อกันจากจดหมาย เราสองคนคุยกันได้ซักพักใหญ่ๆ ก็ต้องมีอันต้องห่างกันไป เมื่อรุ่นน้องคนนั้นได้ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ด้วยความไกลของระยะทางทำให้แต่ละคนต้องห่างหายกันไปและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากนั้น

         จนกระทั่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมตัดสินใจลองโทรหารุ่นน้องคนนั้นเล่นๆ ดูโดยที่คิดว่าอาจจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปแล้วก็ได้ ทว่าไม่เป็นดังใจคิดเพราะเมื่อกดเลขหมายนั้นไม่นานนักก็มีปลายทางรับสาย เราคุยกันถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมา สำหรับความรู้สึกของรุ่นน้องคนนั้น ผมไม่รู้หรอก.. แต่สำหรับผม มันเป็นการคุยกันด้วยรอยยิ้มที่จากกันไปนาน แต่ตอนนี้ไม่สามารถหวนกลับคืนมาได้เหมือนเมื่อก่อนแล้วเพราะโลกปัจจุบันนี้หมุนเร็วขึ้นอย่างที่บอก อืม..รวมไปถึงจิตใจของคนด้วยนะ ใช่! น้องเค้าแต่งงานแล้ว และเพิ่งจะแต่งงานไม่นานนี้ด้วย

          กลับมาถึงการหมุนเร็วของโลกกันต่อดีกว่า ผมชอบนะที่การสื่อสารสมัยนี้ทำได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก หากใครซักคนที่ใกล้ชิดมีอันต้องไปต่างประเทศ เราก็ไม่ต้องคิดถึงให้มากมายเหมือนเมื่อก่อน เพราะเราแค่คุยกันผ่านอินเตอร์เน็ตง่ายๆ สะดวก และประหยัด หรือหากจะคุยด้วยเสียงก็มีให้คุยอีกโดยไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์เลยแม้แต่นิดเดียว
 
         แต่สิ่งที่ผมมองอีกมุมนึงคือ ในเมื่อมีข้อดีก็ย่อมจะต้องมีข้อเสียเป็นธรรมดา ข้อดีของการที่เทคโนโลยีการสื่อสารที่รวดเร็วและง่ายดั่งใจคิดแบบนี้ก็มีมากมาย แต่ข้อเสียของมันที่ผมมองเห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือ เมื่อโลกยิ่งแคบลงแต่เราเหมือนจะยิ่งห่างกันมากขึ้น..
 
         การติดต่อได้ง่ายกว่าเดิมกลายเป็นว่าความสำคัญของการรอคอยลดน้อยลงไปกว่าเดิมมากมาย เมื่อก่อนที่ผมยังติดต่อเพื่อนฝูงบางคน รวมไปถึงรุ่นน้องที่พูดถึงนั้น เมื่อเราอยู่ห่างไกลกัน หากเราไม่ได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อซึ่งมันจะมีค่าใช้จ่ายที่สูง เราก็จะใช้จดหมายติดต่อกัน
 
         เวลาที่ได้รับจดหมาย แล้วก็ค่อยๆ แกะซองอย่างระมัดระวัง และอ่านลายมือของปลายทางนั้น เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเป็นอย่างมาก มันดูเหมือนจะสอดแทรกความจริงใจที่ส่งผ่านมาถึงผู้รับได้อย่างรู้สึกได้ ผมได้ย้อนกลับไปนั่งอ่านจดหมายฉบับเก่าๆ ที่ยังคงเก็บไว้เกือบทุกฉบับ แล้วมีความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เราสามารถนึกถึงอารมณ์ ณ ตอนนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะเราใส่ใจไปกับมันทั้งเวลาที่เป็นผู้เขียนหรือเป็นผู้อ่านก็ตาม ทำให้ความทรงจำที่ถูกเก็บไว้ในกระดาษหลายสีสันนั้น ยังคงถูกเรียกมาได้ทุกเวลาทุกโอกาสหากต้องการจะนึกถึงมัน ซึ่งแตกต่างจากอีเมลล์ที่เราใช้ ถ้าไม่สำคัญก็ลบมันทิ้งลงไปและระบบก็จะทำให้มันหายไปอย่างง่ายดายพร้อมกับความทรงจำแสนสั้น..
 
         น่าเสียดายที่จดหมายนั้นได้เรียกว่าเกือบจะตายไปจากชีวิตปัจจุบันของคนเราแล้ว อาจจะเพียงเพราะเหตุผลที่ว่าโลกสมัยนี้ต้องการความรวดเร็วก็เพียงเท่านั้น แต่อาจลืมส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างเรื่องจิตใจลงไป
 
         ผมปวารณากับตัวเองเลยว่า ถึงแม้จดหมายจะใช้น้อยลงจนถึงไม่ได้ใช้แล้วก็ตาม แต่หากว่ามีโอกาสเมื่อไหร่ ผมจะต้องไม่ลืมมันเด็ดขาด เพราะความทรงจำที่ดีสร้างกันได้ไม่ยาก เพียงแต่เราลืมสร้างมันก็เท่านั้นเอง..

 

         ..เหมือนกับว่าเป็นเวลานานมากแล้วที่ฉันไม่ได้กลับมาที่นี่
สถานที่ที่ครั้งหนึ่งฉันมาเดินเล่นคนเดียวอยู่เป็นประจำ
บางครั้งก็นั่งดูเพื่อนบ้านเล่าเรื่องคุยกันบ้าง
กลับกันฉันก็เล่าเรื่องให้เพื่อนบ้านฟังบ้าง
สนุกบ้าง เศร้าบ้าง หลุดบ้าง ไม่มีสาระบ้าง
จู่ๆ ฉันก็หายไปพร้อมกับเหตุผลที่อยากกองไว้เบื้องหลัง
พร้อมกับลบความทรงจำเป็นศูนย์จากที่นี่ไปเสียอย่างนั้น
แต่ในทุกครั้งที่ฉันเดินผ่านมาและผ่านไป
ฉันโกหกตัวเองไม่ได้หรอกว่าฉันเคยอยู่ที่แห่งนี้
และเคยมีเพื่อนอีกหลายคนที่เคยทั้งเป็นผู้เล่าและฟังอยู่เคียงข้าง
การพยายามลืมมันยิ่งทำให้จำมากขึ้นหรือเปล่าไม่สามารถตอบได้
รู้เพียงแค่อย่างเดียวในตอนนี้ว่า
จะไม่พยายามลืมในสิ่งที่ตัวเองรัก สถานที่ที่ตัวเองเลือกอีกต่อไปแล้ว..
..ขอโทษจากใจ..

ดวงประจำวันเกิด..

posted on 16 Apr 2010 21:09 by edicius
 

 

คนที่เกิดวันเดียวกับคุณนี้ จะมีปัญหาด้านเงินทองรุมเร้าซะเหลือเกิน ไหนจะค่าผ่อนรถเอย ไหนจะเงินฝากประจำทุกเดือน ไหนจะค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไหนจะงานบุญที่ประดังประเดเข้ามา ไหนจะค่ากำจัดอเล็กซานโดร-ตุ๊กแกให้พ้นจากบ้านอีก (ไม่เกี่ยวมั้ง) สวนทางกับทรัพย์ที่ได้รับอันน้อยนิด มองจากดวงดาวแล้ว ตอนนี้ดาวพลูโต (ปัจจุบันคือ 134340) ทับเส้นขอบพระอาทิตย์บดบังรัศมีการเงินของคุณมิดเลยทีเดียว คุณจะเจอปัญหาหลังจากออกจากที่ทำงานแรกมา คือ สัญญาปากเปล่าที่เจ้านายว่าจะจ่ายให้เป็นทุนต่อไป กลับไม่ได้แม้แต่เก๊เดียว.. ต่อมาเมื่อคุณไปทำงานราชการหรือจะเป็นงานรัฐวิสาหกิจก็ดี นอกจากไม่ได้บรรจุแล้ว ทำไปซักพักก็ยังไม่ได้เงินย้อนหลังอีกต่างหาก แถมยังเจอคนที่น่าเชื่อถือปัดความรับผิดชอบใส่คุณอีกหนึ่งดอก

เมื่อคุณหนีออกมาจากสถานที่แห่งนั้นได้แล้วใช่ว่าคุณจะได้เจอกับสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เสียเมื่อไหร่ คุณจะยังไม่ได้งานทำในทันที แน่นอนว่าคุณไม่มีเงินเดือนจะกิน แต่โชคดีเล็กๆ ที่คุณก็ยังสามารถกินเงินประกันสังคม แต่โชคร้ายในความโชคดีนั้นคือ คุณจะกินไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเสียแล้ว เพราะคุณไปทำเรื่องช้าไปเสียแล้ว เนื่องมาจากคุณไว้ใจในคนที่น่าเชื่อถือจากที่ก่อนหน้านี้มากเกินไป..

ในเมื่อคุณไม่สามารถกินเงินได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย คุณก็ต้องดั้นด้นหางานไปเรื่อย แต่ยังมีบุญพาวาสนาส่งให้เพื่อนคุณที่กำลังจะแต่งงาน มอบหมายให้คุณทำการ์ดแต่งงานให้ แต่บอกแล้วว่าดวงคุณกับทรัพย์สินเงินทองมันไม่ถูกโฉลกกันซะจริงๆ เพื่อนให้ทำการ์ดแต่งงานให้ แต่ก็เป็นงานฟรีอีกเช่นกัน ไม่เป็นไร เพื่อนคุณจะหาทำการ์ดงานมาให้อีก แต่ก็จะได้เงินอันน้อยนิด ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้วคงพอประทังชีวิตเต็มที่เพียงแค่วันถึงสองวันเท่านั้น ไหนคุณจะต้องจ่ายค่าซองไปร่วมพิธีแต่งงานเพื่อนคุณก็ขาดทุนเสียแล้ว อีกทั้งเพื่อนคุณบอกว่าจะเลี้ยง คุณคงคิดว่าเอาน่าทำให้เพื่อนด้วยน้ำใจ แล้วเขาเลี้ยงตอบแทนก็ไม่เป็นไร แต่เชื่อขนมกินได้ว่าพอผ่านงานไปแล้วคุณจะไม่ได้รับการติดต่อจากเพื่อนอีกภายในเดือนถึงสองเดือน แล้วสัญญาชิ้นนี้ก็จะถูก(เขาคนเดียว)ลืมไป..

ยิ่งหมอดูดวงของคุณยิ่งมองเห็นแต่ปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่างเดียว เมื่อคุณได้สถานที่ทำงานแห่งใหม่ เป็นบริษัทชื่อดัง แต่อนิจจาคุณไม่ได้เงินกับทางบริษัทนี้ เมื่อพนักงานจากบริษัทนี้จะได้ค่าจ้างจากบริษัทนึงซึ่งน่าจะว่าจ้างกันอีกทีนึง โอย เข้าใจยากเสียเหลือเกิน และบริษัทที่จ่ายเงินคุณก็ยังเล่นแง่ในการเซ็นสัญญาเสียอีก และเมื่อทำต่อไปเรื่อยๆ คุณจะได้เห็นถึงความเลวร้ายมากยิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งการสัญญาว่าจะให้เป็นรายเดือน แต่มากลับคำว่าจะเป็นรายวันไปเสียฉิบ แล้วในเมื่อเจอแบบนี้คุณจะทำยังไง? คุณก็ต้องลาออกเพราะคุณไม่พอใจการกระทำที่ว่าสัญญาไม่เป็นสัญญา แต่หลังจากนั้นปัญหาก็เกิด เพราะคุณไม่ได้เซ็นสัญญาไงเล่า เงินที่ว่าน่าจะไปกลับลอยไปลอยมาเหมือนลูกโป่งที่ไร้ทิศทางเสียนี้กระไร คุณจะได้รับสัญญาว่าจะให้เงินช่วงปลายเดือน แต่เชื่อได้ว่าปลายเดือนแล้วเมื่อไปกดที่ตู้ของธนาคารก็จะไม่พบเงินเพิ่มเติมแม้แต่บาทเดียว เมื่อคุณโทรไปถามเอาคำตอบ คุณก็จะได้รับคำตอบว่าเป็นต้นเดือนต่อไป ซึ่งมันเชื่อถืออะไรมากไม่ได้นัก เพราะว่าเรื่องการเซ็นสัญญานั้นยังไม่เกิดขึ้น และเค้าจะโกงคุณเมื่อไหร่ก็ได้ ทางที่ดีคุณควรแฉเรื่องนี้กับทางรายการเรื่องเด่นเย็นนี้กับคุณสรยุทธเสียดีกว่า หรือจะนำมาเตือนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ญาติน้ำหมึกที่คุณสนิทก็ลองดู

แต่เรื่องร้ายก็ดูเหมือนจะเริ่มคลี่คลาย เมื่อดาวพลูโตเดิม (134340) ได้เริ่มถอยห่างจากดวงจันทร์มากขึ้น (อ้าว เมื่อกี้บอกดวงอาทิตย์อยู่เลย) คุณได้รับการติดต่อจากสถานที่ใหม่ขณะที่คุณยังไม่ได้ออกจากที่เก่า คุณคิดว่าตัดสินใจไปสัมภาษณ์งานก็คงไม่เสียหายอะไร และแล้วคุณก็ได้รับการติดต่อให้เข้ามาทำงาน โดยที่คุณจะแอบผิดหวังเล็กน้อย เมื่อฝ่ายบุคคลบอกว่าคุณเรียกเงินเดือนน้อยเกินไป ลืมบอก (อ้าว..) ถ้าบอกกันเสียก่อนจะได้ไม่ต้องแอบเสียดายส่วนต่างอีกหลายพันภายหลังเนอะ นี่แหละคนมันไม่ถูกกับการเงินก็แบบนี้

พอคุณได้ที่ทำงานใหม่แห่งที่สองภายในเดือนเดียว อะไรก็ใหม่ ตำแหน่งหน้าที่การทำงานก็ต่างกันคนละขั้ว คุณก็ยังเจอกับภาวะวิกฤตทางการเงินอีกเช่นเคย เมื่อยอดเงินเดือนจะตัดหลังจากวันที่คุณเข้าได้เพียง 2 วัน และแน่นอนว่าเมื่อปลายเดือนคุณก็จะได้เงินเพียงแค่ 2-3 วันนั้นหาใช่ที่คิดไม่ โอย วิกฤตแบบนี้หมอกริ้วตายห่า แต่ยังไม่หมด เมื่อคุณทำงานไปได้ซักพักก็จะรู้ว่า ผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน และลูกน้องของคุณไม่มีปัญหาอะไรกับคุณมากมาย แต่คนที่สามารถจะมีปัญหากับคุณได้ คือ แม่ของผู้บริหารนั่นเอง ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องเงินอีกอยู่ดี การโดนหักเงินในข้อห้ามพร่ำเพรื่อต้องระวังให้ดี คุณจะต้องระวังตัวทุกฝีก้าว คุณจะต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับแม่ของผู้บริหารที่ไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้เลยแม้แต่น้อย หากคุณเลือกที่จะทำให้ถูกใจกับแม่ของผู้บริหาร คุณก็จะขัดใจกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง อันนี้พึงระวังให้ดีๆ การอ่อนน้อมถ่อมตนใช้ไม่ได้กับบางคนและบางช่วงเวลา ส่วนการแข็งข้ออาจเป็นการดีกับคนที่จะมาคอยหาเรื่องเรา

สุดท้ายนี้หมอแนะแนวทางว่าควรจะสะเดาะเคราะห์ พาตัวเองไปเปียกน้ำในวันสงกรานต์นี้ที่กรุงเทพฯ เพราะหากไปที่ต่างจังหวัด คุณก็จะมีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ อีกอยู่ดี แต่ก่อนอื่นคุณคงจะต้องมีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ กับหมอก่อนเป็นรายแรกแล้วล่ะ เพราะหมอดูให้คุณยืดยาวซะขนาดนี้..

..

..

แม่นใช่ไหมล่ะ?

..

..

..

..

..

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! ถ้าคุณเห็นว่าแม่นจริงล่ะก็  ติดต่อมาที่..หมอตั้มดูชะตาตัวเอง!! (จะดูเพื่อ?)